หน้าแรก
  การเรียนกับ มสธ.
  โครงสร้างหลักสูตร
  การสมัครเข้าศึกษา
  คณาจารย์ รปศ.
  แนะแนวแผน ก.
  แนะแนวแผน ข.
  เทคนิคการทำข้อสอบ
  แบบฟอร์มต่าง ๆ
  ปฏิทินการศึกษา
  กำหนดการสัมมนา
  เว็บไซต์ มสธ.
  สมาชิกชาว MPA
  เกี่ยวกับเรา
  ติดต่อทีมงาน
 Hit Counter
 
 

สรุปเนื้อหาวิชา 33701


 

 

 

 

หน่วยที่ 1 ภาพรวม และ แนวคิดทั่วไป เกี่ยวกับรัฐประศาสนศาสตร์

สาธารณกิจ การบริหารรัฐกิจ และ รปม.
สาธารณกิจ - คือกิจกรรมที่ถูกกำหนดขึ้น และนำไปปฏิบัติเพื่อประโยชน์ของส่วนรวม
- สาธารณกิจเกิดขึ้นพร้อมกับชุมชน เมื่อมนุษย์มาอยู่รวมกัน เกิดเป็นชุมชน จึงจำเป็นต้อง กำหนดกิจกรรมส่วนกลาง เพื่อประโยชน์ของชุมชนร่วมกัน

การดำเนินงานต่าง ๆ ที่เป็นสาธารณกิจนั้น ต้องอาศัยระบบและหลักเกณฑ์ รัฐจึงต้องนำหลักการบริหารมาใช้ เรียกว่า การบริหารรัฐกิจ

การบริหารรัฐกิจ - เป็นกระบวนการ ในการบริหารกิจกรรมต่าง ๆ ของรัฐ เพื่อให้สาธารณกิจต่าง ๆ ที่รัฐรับผิดชอบได้ดำเนินการเป็นไปตามวัตถุประสงค์ที่รัฐกำหนดขึ้น

รปศ - วิชาที่ว่าด้วยการบริหารและการปกครอง เพื่อให้สัมฤทธิผลตามนโยบายของรัฐอย่างมีประสิทธิภาพและประหยัด
- เป็นองค์ความรู้ที่เกี่ยวกับการบริหารงานภาครัฐ

รปศ. ในฐานะเป็นศาสตร์ ๆ หนึ่ง จึงจำเป็นต้องสร้างองค์ความรู้ แนวคิด ทฤษฎี หลักการของ รปศ.ให้เกิดขึ้น เพื่อใช้พรรณนา อธิบายถึงปรากฏการของการบริหารรัฐกิจที่เกิดขึ้น

Thomas Kuhn - ศาสตร์ทุกศาสตร์จะมีการสะสมองค์ความรู้และมีการปฏิวัติเปลี่ยนแปลงเสมอ ดังนั้น แนวคิดในแต่ละสมัยจะต้องผ่านกระบวนการทดสอบ ถ้าแนวคิดใดไม่สามารถนำไปอธิบายปรากฏการณ์ที่เปลี่ยนแปลงได้ ก็จะไม่ได้รับการยอมรับ

ปรัชญาการบริหารงานภาครัฐ
ปรัชญาของ รปศ.ให้ความสนใจในการศึกษาเรื่องการบริหารงานภาครัฐโดยตรง มีที่มาจากรากฐานของข้อเท็จจริง หรือปรัชญาที่สำคัญอย่างน้อย 4 ประการ ดังนี้
1. ปรัชญาหรือข้อเท็จจริงเกี่ยวกับระดับการยอมรับสิทธิ เสรีภาพ และศักดิ์ศรีของมนุษย์
2. ปรัชญาหรือข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการยอมรับในความสามารถ และธรรมชาติของมนุษย์
3. ปรัชญาหรือข้อเท็จจริงเกี่ยวกับอำนาจและรูปแบบการปกครอง
4. ปรัชญาหรือข้อเท็จจริงที่เป็นค่านิยมทางการบริหาร

รัฐประศาสนศาสตร์กับศาสตร์ต่าง ๆ

รปศ. กับ รัฐศาสตร์
รัฐศาสตร์ - วิชาการศึกษาเกี่ยวกับกำเนิดของรัฐ และลักษณะของรัฐ สถาบันทางการเมือง การปกครอง อำนาจ การตัดสินตกลงใจหรือนโยบายสาธารณะ ระบบการเมือง รวมทั้งการจัดสรรสิ่งที่มีค่าต่าง ๆ เพื่อสังคม
- การศึกษาสถาบันทางการเมือง การกครอง เช่น รธน. รัฐบาล องค์กรนิติบัญญัติ พรรคการเมือง กลุ่มผลประโยชน์
- การศึกษากระบวนทางการเมือง เช่น กระบวนการเลือกตั้ง กระบวนการตรวจสอบและถ่วงดุล เป็นต้น
- การศึกษาปรากฏการณ์ทางการเมืองที่เกิดขึ้น เช่น การมีส่วนร่วมของประชาชนทางการเมือง ความขัดแย้งทางการเมือง วัฒนธรรมทางการเมือง เป็นต้น

ความสัมพันธ์ระหว่าง รปศ. กับ รัฐศาสตร์
1. การเมืองมีอิทธิพลต่อการบริหาร
วูดโรล วิลสัน - เสนอให้การบริหารแยกออกจากการเมือง เพื่อให้ระบบราชการมีประสิทธิภาพ ไม่มีการแทรกแซง
Frank J. Goodnow - สนับสนุนแนวคิดของวิลสัน
Leonard D.White - สนับสนุนแนวคิดของวิลสัน

หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 แนวคิดนี้ถูกถกเถียงว่าการบริหารจะไม่สามารถแยกออกจากการเมืองได้ เนื่องจากยากในทางปฏิบัติ

Morstein-Marx - เขียนบทบรรณาธิการ “Elements of Public Administration” ว่าแท้จริงแล้วการเมืองเป็นสภาพแวดล้อมต่อการบริหารอย่างมาก
Avery Leiserson - เห็นว่าการบริหารงานภาครัฐอยู่ในท่ามกลางสภาพแวดล้อมของกลุ่มผลประโยชน์ต่าง ๆ มากมาย

2. รปศ.มีความสัมพันธ์ในกระบวนการของนโยบาย
รปศ. มีความสัมพันธ์ กับ รัฐศาสตร์ในเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด ดังจะเห็นได้จากแนวคิดของ นวก.
Don K.Price - เห็นว่า ข้าราชการอาจมีส่วนร่วมในการเสนอแนะ เห็นด้วย/ไม่เห็นด้วยต่อนโยบายสาธารณะ ซึ่งเป็นความคิดของนักการเมือง
Paul Appleby - เห็นว่า แท้จริงแล้ว การบริหารงานของรัฐ เป็นเรื่องของการเมือง กล่าวได้ว่า รัฐศาสตร์ให้ความสำคัญต่อการตัดสินตกลงใจในการกำหนดนโยบายสาธารณะ ขณะนี้ รปศ. ให้ความสำคัญต่อการนำนโยบายที่ฝ่ายรัฐบาลกำหนดขึ้นไปปฏิบัติและประเมินผล

3. การมีส่วนร่วมของ ปชช. เป็นปัจจัยสำคัญต่อความสำเร็จของการบริหารรัฐกิจ
- รัฐศาสตร์ให้ความสนใจศึกษาถึงการมีส่วนร่วมของ ปชช. เช่น การมีส่วนร่วมในการเลือกตั้ง มีส่วนในการออก กม. การถอดถอนบุคคล
- ในทาง รปศ.สนใจศึกษาการมีส่วนร่วมของ ปชช.ในเรื่องทางการบริหาร เช่น การดึง ปชช.มามีส่วนร่วมในการทำงานของ ขรก. (กรมสรรพากรให้รางวัลแก่ผู้ที่ขอใบกำกับภาษี เพื่อดึง ปชช.ให้มีส่วนร่วมในการจัดเก็บภาษีให้บรรลุเป้าหมาย) (การดึง ปชช.เข้ามาขึ้นทะเบียนคนจน เพื่อให้รัฐนำข้อมูลเหล่านั้นมาแก้ไขปัญหาในทางการบริหาร)

4. การนำทฤษฎีระบบมาใช้ในการวิเคราะห์ (เจ้าของทฤษฎีได้แก่ David Easton)
การใช้ทฤษฎีระบบ (System Theory) เป็นการวิเคราะห์ถึงปัจจัยนำเข้า กระบวนการ ผลลัพธ์ ปัจจัยย้อนกลับ และสภาพแวดล้อม


-รปศ. กับ นิติศาสตร์
นิติศาสตร์ - วิชาที่เกี่ยวกับกฎหมาย ที่เป็นกฎเกณฑ์ของรัฐ เพื่อใช้บังคับ ควบคุมพฤติกรรมของมนุษย์ในสังคม

-ความสัมพันธ์ระหว่าง รปศ. กับ นิติศาสตร์
1. หลักนิติศาสตร์จะสร้างความมั่นคงให้แก่รัฐและการบริหารภาครัฐ
อริสโตเติ้ล - รัฐทุกรัฐควรจะบริหารและปกครองโดยกฎหมาย กฎหมายที่อริสโตเติ้ลให้ความสำคัญคือ รธน.
อาริสโตเติ้ล มองว่า ราษฎรอาจจะไม่ทำการปกป้องรูปแบบการปกครองให้อยู่รอด แต่จะหาทางป้องกันมิให้ จนท.ของรัฐฉ้อราษฎร์บังหลวง ในการบริหารภาครัฐจำเป็นต้องมีการออกฎหมายรองรับเพื่อให้เกิดความชอบธรรม

2. หลักนิติศาสตร์จะสร้างความชอบธรรมในการบริหารภาครัฐ
Max Waber - เห็นว่า อำนาจที่ชอบธรรมมมากที่สุดคือ อำนาจที่มาจากฎหมาย ดังนั้น องค์กรระบบราชการ (Bureaucracy) จะต้องมีการกำหนดระเบียบ แบบแผนที่เป็นลายลักษณ์อักษร

ด้วยเหตุนี้ กฎหมายจึงเข้ามาเกี่ยวข้องกับ รปศ.เพื่อช่วยในการบัญญัติกฎหมายในการนำไปบริหารประเทศ

3. หลักนิติศาสตร์สามารถนำมาใช้เป็นเครื่องมือในการรองรับความชอบธรรมทาง กม. ในการนำแนวคิดการบริหารงานใหม่ ๆ มาใช้
- แนวคิดการบริหารงานใหม่ ๆ ส่วนใหญ่มาจากภาคเอกชน เช่น การกำหนดวิสัยทัศน์ พันธกิจ การกำหนดกลยุทธ์ ซึ่งหากต้องการให้มีผลทางกฎหมายในทางภาคราชการ ก็จำเป็นต้องใช้หลักนิติศาสตร์มาใช้บังคับ
สรุป - รปศ. มีความสัมพันธ์กับนิติศาสตร์อย่างใกล้ชิด เนื่องจากกฎหมายจะมีสภาพบังคับให้กระทำตาม ดังนั้นในการบริหารรัฐกิจจึงต้องอาศัยกฎหมายเป็นเครื่องมือในการสร้างความชอบธรรม


รปศ. กับ เศรษฐศาสตร์
เศรษฐศาสตร์ - วิชาที่ศึกษาเกี่ยวกับการผลิต การบิโภคสินค้าและบริการ และการจัดสรรทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัด ให้เกิดประโยชน์สูงสุด

ความสัมพันธ์ระหว่าง รปศ. กับ เศรษฐศาสตร์
1. นำหลักความรู้ด้านเศรษฐศาสตร์มาใช้วิเคราะห์ด้านการลงทุน
- วิเคราะห์ต้นทุน, ผลประโยชน์ของโครงการ , อัตราผลตอบแทนภายใน ฯลฯ
2. นำหลักความรู้ด้านเศรษฐศาสตร์มาใช้ในกระบวนการงบประมาณประจำปี
3. นำหลักความรู้ด้านเศรษฐศาสตร์มาใช้ในการอธิบายพฤติกรรมของประชาชนที่เกิดขึ้น
4. นำหลักความรู้ด้านเศรษฐศาสตร์มาใช้ในการตัดสินใจของรัฐบาลที่เกิดขึ้น
- เช่น การตัดสินใจเข้าแทรกแซง หรือกลไกทางการตลาด
5. นำหลักความรู้ด้านเศรษฐศาสตร์มาใช้ในการตัดสินใจเกี่ยวกับสินค้าสังคม
6. นำหลักความรู้ด้านเศรษฐศาสตร์มาใช้ในการตัดสินใจการบริหารภาษีอากร

รปศ. กับ การบริหารธุรกิจ
การบริหารธุรกิจ - ปัจจุบันได้นำเสนอศาสตร์แห่งการบริหารสมัยใหม่มากมาย เช่น การกำหนดวิสัยทัศน์ (vision) การกำหนดพันธกิจ (mission) การจัดทำแผนกลยุทธ์ (strategic plan) การแปรูปการบริหารงานภาครัฐให้เป็นเอกชน (privatization) การบริหารงานแบบ CEO

ความเหมือนและความแตกต่าง
1. การบริหารรัฐกิจและการบริหารรัฐกิจ ต่างก็นำเอา “หลักการบริหาร” มาใช้ในการก้าวไปสู่เป้าหมายขององค์กรเช่นเดียวกัน อาทิ การนำเอา “หลักการบริหาร” เหล่านี้มาใช้ (POLE , Merit system , POSDCORB)
2. การบริหารงานที่จะก้าวไปสู่ความมี “ประสิทธิภาพ” “ประสิทธิผล” “การเพิ่มผลผลิต” เหมือนกัน

ศาสตร์ทางการบริหารธุรกิจที่นำมาใช้ในการบริหารรัฐกิจ
1. การกำหนดวิสัยทัศน์ การกำหนดพันธกิจ การจัดทำแผนกลยุทธ์ SWOT Analysis
2. การบริหารงานที่เน้นผลสัมฤทธิ์ (KPI , Balanced Scorecard)
3. การบริหารงานแบบบูรณาการ (CEO)
4. การแปรรูปการบริหารงานภาครัฐให้เป็นเอกชน (Privatization)
5. การให้ความสำคัญต่อคุณภาพ (ISO , PSO , QS , มอก.)

 

 

รวม Links ที่น่าสนใจ

 

   
จัดทำโดย : สุรพันธ์ นะแก้ว
 ติดต่อผู้ดูแล springsong007
@yahoo.com
- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -
Copy Right © 2003 Design & Construction all rigths reserved.
Developed & Designed by  
suraphan nakaew
- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -